กระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลีย (Home Affairs Department) ใกล้ที่จะเสร็จสิ้นการเตรียมแผน ให้บริษัทเอกชนมารับสัมปทานเป็นผู้ดำเนินการดูแลระบบใหม่สำหรับการสมัครวีซ่าออสเตรเลียออนไลน์
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย กล่าวในการให้ข้อมูลแก่คณะกรรมาธิการประมาณงบประมาณล่วงหน้าของวุฒิสภาว่า กระทรวงกำลังรอการอนุมัติเรื่องนี้จากคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลมอร์ริสัน ก่อนที่จะมีการเลือกบริษัทเอกชน 1 แห่ง เข้ามารับสัมปทานดูแลระบบการสมัครวีซ่าออสเตรเลียออนไลน์สำหรับผู้สมัครจากทั่วโลก
มีบริษัทกว่า 10 แห่งแสดงความสนใจในโครงการ ซึ่งจะกำหนดให้บริษัทที่ได้รับเลือกต้องลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ ในระยะเวลา 10 ปี ขณะที่จะได้ผลตอบแทนการลงทุนเป็นจำนวนเงินที่มากกว่าในระยะยาว
นายไมเคิล เพซซูลโล ปลัดกระทรวงกล่าวว่าระบบรับใบสมัครขอวีซ่าที่ใช้ปัจจุบันนั้นไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อีกทั้งยังเผชิญกับจำนวนการขอวีซ่าออสเตรเลียที่พุ่งสูงขึ้น จากผู้คนทั่วโลกที่ต้องการมาเยือน มาทำงาน หรือมาอาศัยอยู่ในออสเตรเลีย
“ผมจะไม่เรียกว่าเป็นคลื่นยักษ์สึนามิ แต่เป็นการไหลบ่าของใบสมัครเข้ามาที่เรา” นายเพซซูลโล บอกกับ คณะกรรมาธิการประมาณงบประมาณล่วงหน้าของวุฒิสภา เมื่อบ่ายวันจันทร์ (22 ตุลาคม)
เขากล่าวต่อไปว่าเจ้าหน้าที่ของกระทรวงต้องใช้ ‘ล็อกอินมากมาย’ เพื่อเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกันหลายระบบที่เคยใช้กันมาในกระทรวง ซึ่งส่งผลให้พวกเขามี ‘ข้อมูลที่ไม่ปะติดปะต่อกันเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของผู้สมัครขอวีซ่า’
จะเลิกจ้างเจ้าหน้าที่ และจะเพิ่มค่าวีซ่าหรือไม่?
วุฒิสมาชิกของพรรคแรงงานถามเจ้าหน้าที่กระทรวงว่าการเปิดให้บริษัทเอกชนเข้ามารับสัมปทานดูแลระบบสมัครวีซ่านี้ ในที่สุดแล้วจะส่งผลให้ค่าสมัครวีซ่าเพิ่มขึ้นหรือไม่
เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย ต่างตอบว่าค่าสมัครวีซ่านั้น รัฐบาลจะเป็นผู้พิจารณา เมื่อมีการทำสัญญาสัมปทาน และจะการระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในสัญญาด้วย
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้เกี่ยวกับการเลิกจ้างเจ้าหน้าที่ของกระทรวง นายเพซซูลโล กล่าวว่า “เขาไม่มีแผนที่จะเลิกจ้างเจ้าหน้าที่กระทรวงแม้แต่คนเดียว อันเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนครั้งนี้”
การตัดสินใจอนุมัติวีซ่ายังเป็นของรัฐบาล
ด้านวุฒิสมาชิกลินดา เรย์โนลส์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย กล่าวกับคณะกรรมาธิการประมาณงบประมาณล่วงหน้าของวุฒิสภาว่า การตัดสินใจทั้งหมดในการอนุมัติหรือปฏิเสธวีซ่าจะยังคงเป็นการตัดสินใจโดยเจ้าหน้าที่ที่เป็นลูกจ้างของรัฐบาล ที่ประจำการที่กระทรวงมหาดไทย
“นี่ไม่ใช่ความตั้งใจของรัฐบาลที่จะปฏิรูประบบวีซ่าให้เอกชนดูแล แต่กระทรวงกำลังพยายามหาหุ้นส่วนภาคเอกชน ที่จะมาช่วยเหลือพวกเขาเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือระบบไอทีเท่านั้น” วุฒิสมาชิกเรย์โนลส์ อธิบาย
“พวกเขาไม่ได้ถ่ายโอนหน้าที่การตัดสินใจเรื่องวีซ่าไปให้เอกชนทำแทน”
เรื่องราวที่น่าสนใจจาก เอสบีเอส ไทย
เรียนภาษาไทยใครว่าน่าเบื่อ